วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561

แนวทางการขายแชร์จะเป็นอย่างไรมาดูกัน

วันนี้ ทนายจังหวัดเชียงใหม่จะได้พรีเซนเทชั่นวิธีขายแชร์มาฝากกันนะครับ
ในบางคนมีความชื่นชอบสำหรับในการเล่นแชร์มากมาย เมื่อเกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทันไม่ว่าจะเป็นค่าบ้าน ค่างวดรถ ค่าเทอมลูก ค่ารักษาโรคประจำตัว ค่าใช่จ่ายในครอบครัว รวมถึงค่าแชร์ด้วย จนกระทั่งท่านจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากที่อื่นมา ไม่ว่าจะเป็นกู้เงินกู้ในระบบหรือนอกระบบมาเพื่อขจัดปัญหาทางการเงินของท่าน ก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ในวันนี้ ทนายความจังหวัดเชียงใหม่จะได้เสนอ ทางออกหนึ่งซึ่งท่านสามารถนำวิชาความรู้ ”ตรงนี้” ไปใช้ขจัดปัญหาเหล่านั้นได้ มันจะคืออะไรนั้นพวกเรามาดูกันเลย
“แชร์” ท่านรู้ไหมว่า มันสามารถจำหน่ายได้?
แชร์ในทางข้อบังคับแล้วเป็นสิทธิอย่างหนึ่งซึ่งเป็นสินทรัพย์ชนิดหนึ่งเนื่องจากมีราคา จึงมีสิทธิที่จะจำหน่ายและซื้อขายได้
สำหรับวิธีการซื้อขายยังไงนั้น ข้อบังคับไม่ได้ระบุว่าจะต้องทำเป็นหนังสือกัน เพราะฉะนั้นเพียงแต่ท่านยกโทรศัพท์ว่าจะขายแชร์ของท่านที่ท่านประมูลได้ให้แก่บุคคลอื่นแล้วก็แจ้งให้แก่นายวงรู้เพียงเท่านี้ ก็ได้ผลในทางกฎหมายแล้ว แต่แม้กระนั้น ข้อบังคับไม่ต้องการหลักฐานสำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนแชร์ แต่ว่าทางปฏิบัติแล้ว ทนายความเชียงใหม่ขอชี้แนะว่า ควรที่จะทำเป็นบันทึกหรือเอกสารหรือหนังสือแล้วลงนามทั้งสองฝ่ายไว้ เนื่องจากว่าจะมีคุณประโยชน์ในทางนำสืบคดีของท่านในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย
จากกรณีตามปัญหาและก็เกร็ดความรู้ที่ทนายเชียงใหม่ได้เสนอไปนั้น ทนายจังหวัดเชียงใหม่มิได้คิดเอาเอง แม้กระนั้นอ้างอิมาจากคำตัดสินดังต่อไปนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2095/2524 สิทธิในการเป็นลูกวงในการเล่นแชร์เป็นทรัพย์สินชนิดหนึ่งเพราะมีราคาและอาจถือเอาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 99 จึงจำหน่ายและซื้อขายกันได้ จำเลยขายสิทธิในการเป็นผู้ถือหุ้นให้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ที่จะบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 194 การซื้อขายแชร์กฎหมายมิได้บังคับให้มีหลักฐานเป็นหนังสือการซื้อขายจึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่อยู่ในบังคับว่าด้วยการโอนสิทธิเรียกร้องหรือโอนหนี้

เครดิตบทความจาก : https://www.xn--42cgi4cjab1btnchd1exbza5gvad6dvnqc6f.com/ Tags : ทนายความเชียงใหม่ , ทนายความ , รับว่าความ

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561

การค้าขายที่ดินนั้นต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์

สำหรับในการซื้อขายที่ดินนั้น บางบุคคลบางทีอาจจะอยากขายที่ดินโดยขาดมือหรือเปลี่ยนมือไป แม้กระนั้นบางคนบางทีอาจจะอยากขายที่ดินเพื่อเป็นทุนสำหรับการประกอบธุรกิจของตนให้เจริญงอกงามขึ้นมากแล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยนำเงินที่ได้จากการประกอบกิจการนั้นมาซื้อที่ดินกลับคืนไป กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการตกลงขายฝากกันขึ้น
ธรรมศาสตร์ที่เกี่ยวกับการขายฝากนั้น เป็นการค้าขายที่ดินโดยการโอนกรรมสิทธิ์ไปยังผู้ซื้อที่ดิน แล้วมีข้อตกลงว่าจะไถ่ทรัพย์สินหรือที่ดินคืน ภายในเท่านั้นเท่านี้คราว จะเห็นได้ว่า การค้าขายที่ดินโดยวิธีขายฝากนั้น ควรจะมีกรรมสิทธิ์อยู่ในขณะขายฝาก ต่างจากทำข้อตกลงจะซื้อขายที่ดิน ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่ต้องมีสิทธิในขณะทำความตกลงก็ได้
การทำความตกลงขายฝากจึงมีบุคคลหลงผิดว่า ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เนื่องจากว่าสามารถไถ่คืนได้ในภายหลัง ด้วยเหตุดังกล่าว ความเข้าใจดังที่กล่าวถึงแล้วก็เลยส่งผลต่อข้อบังคับทำให้นิติกรรมที่ทำนั้น ผู้มีส่วนได้เสียหรือโจทก์สามารถล้มเลิกนิติกรรมได้ให้วันหลัง ดังคำวินิจฉัยดังต่อไปนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2536 โจทก์ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจ เพื่อให้จำเลยที่ 1 นำที่พิพาทไปจำนองธนาคารโดยมิได้กรอกข้อความ จำเลยที่ 1 นำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไปทำนิติกรรมซื้อขายที่พิพาท หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม ต้องถือว่านิติกรรมการซื้อขายที่พิพาทมิได้เกิดขึ้น กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทคงเป็นของโจทก์ ไม่ตกเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิขายฝากที่พิพาท แม้จำเลยที่ 2และที่ 3 จะจดทะเบียนรับซื้อฝากที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 ไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม จำเลยที่ 2 และที่ 3ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ โจทก์มีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายและขายฝากที่จำเลยที่ 1 ทำไปได้
เพราะฉะนั้น การตกลงขายฝากคนซื้อจะต้องตรวจตราความการมีสิทธิ์ของคนขายด้วย ส่วนคนขายเองก็ต้องรับผิดชอบต่อผู้บริโภคโดยการกระทำการอย่างสุจริตพูดอีกนัยหนึ่ง จำเป็นต้องให้ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยถูกการโอนขายฝากให้แก่ผู้บริโภค

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ปรึกกฎหมายเชียงใหม่ เครดิต : http://www.นพนภัสทนายความเชียงใหม่.com/ Tags : ทนายเชียงใหม่,ปรึกกฎหมายเชียงใหม่

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561

เมื่อการเช่าสิ้นสุดใครมีสิทธิในบ้านที่สร้างในระหว่างเช่า

 การเช่าที่ดินเพื่อทำธุรกิจในระยะยาว เมื่อมีการก่อสร้างตึก ที่ทำการ หรือแม้ว่าจะปลูกบ้านลงไปในที่ดินแล้ว ต่อมาเมื่อการเช่าสิ้นสุดลง จึงมีคำถามที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นว่า ผู้ใดกันแน่จะเป็นเจ้าของอาคาร ตึก ที่ทำการ หรือ บ้านที่ผู้เช่าได้ก่อสร้าง ในมุมของผู้ให้เช่ายอมต้องรู้สึกว่า ในเมื่อมีการก่อสร้างในที่ดินของผู้ให้เช่าแล้ว ตึก ตึก ที่ทำการ หรือบ้าน ย่อมเป็นของผู้ให้เช่าโดยเป็นส่วนควบของที่ดินที่เช่า ในมุมของผู้เช่าก็เห็นว่า ผู้เช่าได้ใช้สิทธิเช่าเพื่อมาสร้าง อาคาร ตึก ที่ทำการหรือบ้าน ในระหว่างที่เช่า จึงการปลูกสร้างอาคาร ตึก สำนักงานหรือ บ้านโดยมีสิทธิ สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวก็เลยเป็นของผู้เช่า นอกนั้น ยังมีประเด็นตามว่า ผู้เช่าจำเป็นต้องออกจากที่ดินที่เช่าหรือไม่ ก็เลยมีการฟ้องศาลกันระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่า โดย ศาลได้ตัดสินแล้วว่า สิ่งก่อสร้างของผู้เช่า เป็นของผู้เช่าไม่ตกเป็นของผู้ให้เช่า แต่ผู้เช่าต้องรื้อถอนออกไปจากที่ดินที่เช่า แล้วก็ใจความสำคัญต่อมา ผู้เช่าต้องออกมาจากที่ดินที่เช่า และการที่ผู้เช่าอยู่ในที่ดินที่เช่านับจากเวลาหมดช่วงเวลาเช่าแล้ว ย่อมเป็นการอยู่โดยฝ่าฝืนสิทธิของผู้ให้เช่า ดังนั้น ผู้เช่าจำเป็นต้องใช้ค่าทำขวัญให้แก่ผู้ให้เช่า และออกจากที่ดินของผู้ให้เช่า ข้อสรุปมี
                คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4260/2550 เดิมที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของ ท. ต่อมาผู้จัดการมรดกของ ท. ได้ทำสัญญาให้ ธ. เช่าที่ดินมีกำหนด 20 ปี การที่ ธ. ปลูกสร้างตึกแถวลงบนที่ดิน จึงไม่ถือว่าเป็นส่วนควบกับที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 โจทก์ซื้อที่ดินมาจากผู้จัดการมรดกของ ท. ระหว่างอายุสัญญาเช่า โจทก์จึงไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตึกแถว แต่เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าที่ดิน ธ. ย่อมหมดสิทธิในที่ดินต้องรื้อถอนตึกแถวออกไป เว้นแต่ ธ. ยินยอมให้ตึกแถวตกเป็นของโจทก์ ตึกแถวย่อมกลายเป็นส่วนควบของที่ดินและตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามมาตรา 144 วรรคสอง เมื่อโจทก์ได้รับมอบสิทธิในตึกแถวแล้ว ตึกแถวย่อมกลายเป็นส่วนควบของที่ดินและตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามมาตรา 144 วรรคสอง แต่ ธ. ซึ่งเป็นเจ้าของตึกแถวไม่มีอำนาจให้เช่าห้องพิพาทเกินกำหนดระยะเวลาการเช่าที่ดิน เมื่อสัญญาเช่าที่ดินครบกำหนดแล้ว ระยะเวลาการเช่าห้องพิพาทส่วนที่เกินกว่านั้นย่อมไม่ตกมายังโจทก์ตามมาตรา 569 เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะให้จำเลยอยู่ในห้องพิพาทอีกต่อไป แต่จำเลยไม่ยอมออกไป จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย
                โดยเหตุนั้น จะมองเห็นได้ว่า ไม่ว่าเช่นไรผู้ให้เช่าคนที่เป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิเหนือที่ดินตามหลักกรรมสิทธิ์ บุคคลภายนอกย่อมไม่มีสิทธิ์ดียิ่งกว่าเจ้าของที่
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทนายความเชียงใหม่

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.นพนภัสทนายความเชียงใหม่.com/

Tags : ทนายเชียงใหม่

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561

เซ็กส์ห่วย มีผลทางกฎหมายอย่างไร


“เซ็กส์ห่วย” เป็นเหตุ
วันนี้ ทนายความเชียงใหม่ ได้ข้อเท็จจริงจากเรื่องจริง เกี่ยวการฟ้องหย่า มาฝากกัน คือเรื่องมีอยู่ว่า ภริยาได้ด่าสามีว่า “กูเบื่อผู้ชายแก่ ๆ ...เล็ก เซ็กส์ห่วย หัวล้าน ตัวเตี้ย ๆ หน้าเหี้ยใจยังเหี้ย หัวขโมย แบบมึงเต็มที” ศาลได้พิพากษามาแล้วว่า กรณีดังกล่าวเป็นการ หมิ่นประมาทเหยียดหยามสามีและถือได้ว่าเป็นการประพฤติตนอันเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง จึงเป็นเหตุฟ้องหย่าได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8803/2559 จำเลยใช้ถ้อยคำพูดกับโจทก์ว่า "กูเบื่อผู้ชายแก่ ๆ ...เล็ก เซ็กส์ห่วย หัวล้าน ตัวเตี้ย ๆ หน้าเหี้ยใจยังเหี้ย หัวขโมย แบบมึงเต็มที" และ "กูมีความพร้อมทุกอย่าง สาว สวย เหมาะสมกับหนุ่ม ๆ แข็งแรงฟิตเปรี๊ยะ พร้อมเริ่มต้นใหม่ ไม่มีอะไรยาก กูแต่งงานกับมึงเพื่อประชด อ. เจ็บ ก็แค่นั้น กูไม่ได้พิศวาสมึงเลย..." และส่งข้อความทางโทรศัพท์ว่า "เดี๋ยวกูจะไปนอนให้คนอื่นเอา" เป็นถ้อยคำหยาบคาย อันมีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาทเหยียดหยามโจทก์และถือได้ว่าเป็นการประพฤติตนอันเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรงตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (3) และ (6)

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561

"หนี้"มรดกตกทอด

      “หนี้ มรดก”
          เมื่อพูดถึงมรดก หลายๆ คนก็ต้องคิดว่า ต้องเป็นทรัพย์มรดก กันทั้งนั้น แต่รู้หรือไม่ว่า ทางกฎหมายแล้ว มีคำว่า หนี้มรดกอยู่ด้วย วันนี้ ทนายความเชียงใหม่ จึงเสนอหนี้มรดก ให้ทราบกันดังนี้
           ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1601 บัญญัติว่า ทายาทไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน
จะเห็นได้ว่า หนี้มรดกทางกฎหมายกำหนดให้ทายาทต้องรับผิดด้วย แต่รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ได้รับมาจากกองมรดก ดังนั้น หากว่า ได้รับมรดกมา 100,000 บาท แต่หนี้มรดกมีจำนวน 1,000,000 บาท ทายาทย่อมต้องรับผิดในหนี้มรดกเพียง 900,000 บาท
           ดังนั้น ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เข้าใจกันว่า ตายไปแล้ว ฉันต้องมาใช้หนี้ให้แก่อีก
           ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2545 ท. เป็นหนี้โจทก์อยู่และถึงแก่ความตายลง จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของ ท. ย่อมรับไปทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่อโจทก์ โจทก์มีสิทธิที่จะเรียกร้องบังคับชำระหนี้เอาจากจำเลยทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรมได้เท่าที่ไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ได้รับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1601 ส่วนการที่จำเลยทั้งสามจะได้รับมรดกของ ท. และท. จะมีทรัพย์มรดกหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันในชั้นบังคับคดี
 

ลูกจ้างมีสิทธิอย่างไร เมื่อนายจ้างเลิกจ้าง

"ลูกจ้างมีสิทธิอย่างไร เมื่อนายจ้างเลิกจ้าง"
                 วันนี้ ทนายความเชียงใหม่ จะนำเสนอค่าชดเชย ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง
ซึ่ง กฎหมายขอเงื่อนไข อยู่ 3 ประการ ดังนี้
  1. ไม่ได้กระทำความผิดต่อนายจ้าง มาตรา 119 
  2. ไม่ได้เช็นต์ใบลาออกเอง
  3. ต้องทำงานกับนายจ้างมาแล้ว เกินกว่า 120 วัน ขึ้นไป
มาตรา 119 นั้นมีดังนี้
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119  นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้
(1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
(2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย       
(3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
(4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้วเว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน
หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด
(5) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร
(6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
เมื่อเช้าหลักเกณฑ์ ทั้ง 3 ข้อแล้ว ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชย อยู่ 5 ขั้น ดังนี้  
มาตรา 118  ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง  ดังต่อไปนี้
(1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณ เป็นหน่วย
(2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2561

การเช่าซื้อคอนโด มีได้หรือไม่

สัญญาเช่าซื้อห้องชุด มีได้หรือไม่
                เราคงเคยคุ้นเคยกับการเช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ในวันนี้ทนายความเชียงใหม่ จะได้นำเสนอความรู้กฎหมายเกี่ยวกับ การเช่าทรัพย์อสังหาริมทรัพย์หรือห้องชุด มาฝากกันครับ
                การเช่าซื้อทรัพย์กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์แต่อย่างไร ดังนั้น การเช่าซื้อทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ก็ย่อมมีได้ แต่ข้อแตกต่างกันอยู่ตรงที่ว่า การเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์เมื่อผ่อนชำระกันครบถ้วนแล้ว จะต้องไปดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กันที่สำนักงานที่ดิน หากเป็นสังหาริมทรัพย์ เช่น รถยนต์ พัดลม ตู้เย็น เป็นต้น ไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนต่อหน่วยงานของรัฐแต่อย่างใด หลายคนอาจจะอ่านบทความนี้แล้วเกิดข้อสงสัยว่า รถยนต์เมื่อเช่าซื้อชำระค่างวดครบแล้ว ทำให้ต้องไปจดทะเบียนต่อสำนักงานขนส่ง ทนายความเชียงใหม่ขอให้ความรู้จุดนี้ว่า การจดทะเบียนต่อสำนักงานขนส่งฯ ไม่ได้มีผลต่อการโอนกรรมสิทธิ์ทางกฎหมายแต่อย่างใด แต่เป็นการจดทะเบียนเพื่อกำกับภาษีของรถยนต์เท่านั้น
               กลับมาที่เรื่อง การเช่าซื้อห้องชุด สรุปแล้ว สามารถมีการเช่าซื้อห้องชุดได้ แต่การชำระงวดครบถ้วนแล้วไม่ให้ได้กรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ หากจะให้สมบูรณ์จะต้องดำเนินจดทะเบียนต่อสำนักงานที่ดินฯ เท่านั้น
              ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15303/2558 จำเลยผิดสัญญาต่อโจทก์หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า สัญญาเช่าซื้อมีข้อตกลงว่าจำเลยจะโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ เมื่อจำเลยได้จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดแล้ว แต่จำเลยยังไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด จึงไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ได้ จำเลยมิได้ผิดสัญญาต่อโจทก์นั้น เห็นว่า การที่โจทก์ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่จำเลยครบถ้วน แม้กรรมสิทธิ์ในห้องชุดตกเป็นของโจทก์โดยผลของกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 วรรคหนึ่ง แล้วก็ตาม แต่ห้องชุดเป็นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งการได้มาโดยนิติกรรมย่อมไม่บริบูรณ์ เว้นแต่จะได้ทำเป็นหนังสือและได้จดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคหนึ่ง โจทก์ยังต้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดในทางทะเบียนด้วย เพราะไม่เช่นนั้นย่อมไม่อาจที่จะใช้สอยห้องชุดในฐานะเจ้าของทรัพย์สินอย่างสมบูรณ์ได้ จำเลยจึงยังมีหน้าที่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในทางทะเบียนให้แก่โจทก์ ส่วนที่ตามรายละเอียดแนบท้ายสัญญาเช่าซื้อห้องชุด ข้อ 16 กำหนดว่า "เมื่อผู้ให้เช่าซื้อได้จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดแล้ว ผู้ให้เช่าซื้อจะแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบเพื่อให้ผู้เช่าซื้อมารับโอนกรรมสิทธิ์และผู้เช่าซื้อจะต้องมาขอรับโอนกรรมสิทธิ์ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่ผู้ให้เช่าซื้อแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้เช่าซื้อทราบ..." ก็ไม่ได้ระบุว่า จำเลยจะดำเนินการเมื่อใด จึงเป็นเรื่องที่สุดแล้วแต่ใจของจำเลยโดยแท้ เมื่อปรากฏว่านับแต่ที่โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อห้องชุดในโครงการของจำเลย จนผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้แก่จำเลยครบถ้วนและฟ้องคดี เป็นเวลา 12 ปีเศษ จำเลยยังมิได้ดำเนินการอย่างใด ๆ เพื่อการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดเลย ถือว่าเป็นเวลาที่เนิ่นนานจนเกินสมควรไปมาก ที่นายหาญ หัวหน้าสำนักงานเคหะชุมชนสมุทรสาคร พยานจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า เหตุที่จำเลยไม่จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลอาคารชุดขึ้นและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ เพราะเหตุว่าประสบปัญหาขาดทุนและเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ก็มิใช่เป็นเหตุที่จำเลยจะอ้างเพื่อที่จะปฏิเสธไม่จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดและไม่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ได้ ฟังได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาต่อโจทก์ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

แนวทางการขายแชร์จะเป็นอย่างไรมาดูกัน

วันนี้ ทนายจังหวัดเชียงใหม่จะได้พรีเซนเทชั่นวิธีขายแชร์มาฝากกันนะครับ ในบางคนมีความชื่นชอบสำหรับในการเล่นแชร์มากมาย เมื่อเกิดปัญหาหมุนเงินไ...